Skip to content
Home » ผลสำรวจชี้ คู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นกว่าครึ่งคิดถึงชีวิตตอนโสด

ผลสำรวจชี้ คู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นกว่าครึ่งคิดถึงชีวิตตอนโสด

ผลสำรวจชี้ คู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นกว่าครึ่งคิดถึงชีวิตตอนโสด

หากมองย้อนไปในอดีต “การแต่งงานมีครอบครัว” แทบจะเป็นบทบาทของคนญี่ปุ่นทุกคนเลยค่ะ ถือว่าเป็นสเต็ปชีวิตที่ทุกคนต้องทำเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยสนใจชีวิตคู่และการมีครอบครัวมากเท่าแต่ก่อน แต่การแต่งงานก็ยังเป็นความฝันของใครหลายๆ คนนะคะ แล้วอย่างนี้ชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้วมีความรู้สึกเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง คิดถึงความโสดกันบ้างหรือเปล่า วันนี้เรามีผลสำรวจน่าสนใจมาฝากค่ะ

เมื่อไม่นานนี้ WebStar Marketing บริการจัดการเว็บไซต์ของญี่ปุ่น ได้รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นจากชายหญิงชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้วกว่า 500 คน ว่าพวกเขาคิดถึงชีวิตโสดมากแค่ไหน ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจดังนี้

มากกว่าครึ่งของชาวญี่ปุ่นแอบคิดถึงชีวิตโสด

เมื่อลองถามผู้เข้าร่วมสำรวจที่แต่งงานแล้วว่าพวกเขาเคยคิดถึงชีวิตโสดกันบ้างไหม ผลปรากฎว่า 14.8% ของชาวญี่ปุ่นเหล่านี้ “คิดถึงชีวิตโสดอยู่บ่อยครั้ง” ขณะที่ 56.4% “คิดถึงความโสดบ้างเป็นบางครั้งบางคราว” และอีก 24.4% บอกว่า “ไม่ค่อยคิดถึงความโสดเท่าไหร่” และมีเพียง 4.4% เท่านั้นที่ “ไม่คิดถึงชีวิตโสดเลย” โดยเมื่อแยกตามเพศแล้วจะพบว่าเพศชายมีแนวโน้มคิดถึงชีวิตโสดมากกว่าเพศหญิงประมาณ 10%

เหตุผลที่ทำให้คู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นคิดถึงความโสด

เหตุผล 7 อันดับแรกที่ทำให้ผู้หญิงคิดถึงชีวิตโสดมีดังนี้
1. ไม่มีเวลาว่างให้ตัวเอง
2. โดนจำกัดการใช้ชีวิต
3. เหนื่อยกับงานบ้านและการเลี้ยงลูก
4. ไม่สามารถใช้เงินได้ตามต้องการ
5. เหนื่อยกับการเข้าหาญาติผู้ใหญ่
6. คู่ครองไม่ยอมช่วยทำงานบ้านและเลี้ยงลูก
7. เพื่อนที่โสดดูชีวิตมีความสุข

ในทางกลับกันเหตุผล 7 อันดับแรกที่ทำให้ผู้ชายคิดถึงชีวิตโสดมีดังนี้
1. ไม่มีเวลาว่างให้ตัวเอง
2. ไม่สามารถใช้เงินได้ตามต้องการ
3. โดนจำกัดการใช้ชีวิต
4. หงุดหงิดกับคู่ครองของตัวเอง
5. โหยหาความโรแมนติกมากขึ้น
6. รู้สึกเหงา
7. ทัศนคติไม่ตรงกับคู่ครอง

การมีเวลาว่างให้กับตัวเองคือสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นต้องการ

ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงชาวญี่ปุ่นต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “เวลาว่าง” เป็นสิ่งที่พวกเขาปรารถนา แต่เมื่อแต่งงานแล้วก็ต้องก้าวเข้าไปสู่บทบาทใหม่ ทำงานให้หนักเพื่อเก็บเงินและตั้งเป้าหมายไปที่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งก็หมายความว่าเวลาสำหรับงานอดิเรกหรือการพบปะกับเพื่อนฝูงก็จะน้อยลงด้วย และเวลาจะยิ่งน้อยลงอีกถ้ามีลูกเพิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกอีกคน

 

“การโดนจำกัดการใช้ชีวิต” เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เห็นตรงกันทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เนื่องจากพอมีครอบครัวแล้ว เมื่อต้องตัดสินใจอะไรก็ต้องคำนึงถึงทุกคนในครอบครัวมาก่อนเสมอ หลายคนให้ความเห็นว่าแค่การออกไปทานข้าวหรือเที่ยวกับเพื่อนยังเป็นเรื่องยากเลย

ทั้งนี้ แม้ความโสดจะดูเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขกับตัวเองและมีอิสรภาพมากกว่าการแต่งงาน แต่คนที่แต่งงานแล้วมีความสุขในชีวิตคู่ก็มีให้เห็นอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนโสดที่อยากแต่งงานมีครอบครัว หรือคนแต่งงานแล้วที่อยากกลับไปโสดอีก สุดท้ายแล้วก็เป็นการตัดสินใจเลือกความสุขให้กับตัวเองอยู่ดีจริงไหมคะ

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย